หุ้นปันผล

จากบทที่แล้ว เรารู้แล้วล่ะว่า ROE มีความสําคัญต่อปันผลและการเติบโตระยะยาวของบริษัท ขนาด ROE แค่ 12% ก็น่าจะทําให้เรามีความสุขกับเงินปันผลของหุ้นแล้วล่ะมั้ง ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหา ขอบ่นอะไร สักเล็กน้อย..

สมมติว่า ถ้าวันหนึ่ง เรารู้ว่า รถยนต์ยี่ห้อ A มีราคา 400,000 บาท และทุกคนบอกว่ามันสุดยอด มาก มีการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ว่า ดีเลิศมากมาย เมื่อเทียบกับรถเกรดเดียวกันจนใครๆ ก็พากันสั่งซื้อ..

แล้วถ้าเกิดว่าตื่นมาวันหนึ่ง พอจะไปซื้อแล้ว โชว์รูมบอกว่า 400,000 บาท ไม่ขายแล้ว คนอยากได้ เยอะ ขอขึ้นราคาเป็น 1,200,000 บาทล่ะ..

คําถามจะเกิดขึ้นในใจ 2 คําถามเลยทีเดียว คําถามแรก คือ โดนฟันหัวแบะเลยรึเปล่า เพราะรู้ว่า ราคามันขึ้นมาตั้ง 2 เท่า (เดิม 400,000 บาท ขึ้นมาอีก 800,000 บาท กลายเป็น 1,200,000 บาท) และ คําถามที่สองก็คือ ถ้าเราต้องซื้อที่ราคา 1,200,000 บาท เราไปซื้อรถที่เกรดดีกว่านี้ ดีกว่าไม๊..

เรื่องที่สมมติขึ้นมานี้คงไม่เกิดขึ้นจริงๆ หรอกในตลาดรถยนต์ แต่ในตลาดหลักทรัพย์ เรื่องนี้ ไม่แน่ ว่าอาจจะเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน เพราะเหล่าบรรดาเจ้าของโชว์รูม (ในตลาดหลักทรัพย์) รวมถึงกูรู กูรู้ ทั้งหลาย ต่างก็พยายามให้มองภาพอันสดใสงดงาม ของหุ้นแต่ละตัว โดยฟันธงเกี่ยวกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงและเมื่อ เวลาที่ไม่เป็นไปตามนั้น ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ สุดท้าย “คนที่แพ้ ก็ต้องดูแล ตัวเองงง” โดยใช้สโลแกนที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” และ “ข้อมูลและข้อความในบท วิเคราะห์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล นักลงทุนโปรดใช้วิจารณญาน และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ อันอาจจะเกิดขึ้น”