บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 (รวมบริษัทย่อย) ดังนี้

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้จากสื่อสิ่งพิมพ์เพิ่มขึ้น 23.05 ล้านบาท หรือคิดเป็น 34.02 ขณะที่รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 181.21 ล้านบาท คิดเป็น 145.41% โดยเพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าเวียดนาม 125.43 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าญีุ่่น 39.63 ล้านบาท

โดย นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) (EPCO) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 3/2562 สิ้นสุดวันที่ 30  กันยายน 2562  มีกำไรสุทธิ 54.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.54 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 103% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 26.73 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการในงวด 9 เดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 มีกำไรสุทธิ 226.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.23 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22.31% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับปัจจัยบวกจากรายได้จากกำไรจากธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยยังไม่ได้รับรู้กำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าฟูเยี้ยน ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์ ให้กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) (BGC) มูลค่า 1.259 พันล้านบาท

โดยได้วางเงินมัดจำแล้ว 125.90 ล้านบาท หรือ 10% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่ขายให้กับ BCG ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างเดินหน้าตามแผน ขั้นตอนการโอนหุ้นคืบหน้ากว่า 80% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมายของเวียดนาม คาดว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2562 โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ขนาดกำลังการผลิตรวม 551 เมกะวัตต์ ขณะที่ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ปี 2562 บริษัทฯจะ COD โรงไฟฟ้าญี่ปุ่น Kurihara 2 กำลังการผลิตติดตั้งรวม 17.25  MWdc และมีแผนจะ COD Shichikashuku 1-2 กำลังการผลิตติดตั้ง 4.35 MWdc ในปี 2563

“แผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ เรายังคงมองหาโอกาสการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 246  เมกะวัตต์ และโซล่าร์ฟาร์มอีก 150 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงปลายปี 2562 โดย EPCO มองอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ขั้นต่ำที่ 12% ต่อปี หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง”

สำหรับในส่วนของธุรกิจสิ่งพิมพ์ หลังจากที่บริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติม บริษัท ดับบลิวพีเอส (ประเทศไทย) (WPS) ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯถือหุ้นใน WPS ที่ 100% และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เวิลด์ พริ้นติ้ง แอนด์ แพ็คเกจจิ้ง (WPP) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจไปยังบรรจุภัณฑ์กระดาษประเภทกล่องลูกฟูก โดยได้เริ่มผลิตกล่องในเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา และในปี 2563 มีแผนผลิตวัสดุผลิตภัณฑ์จากชานอ้อย , มันสำปะหลัง และถุงกระดาษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค  ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดรายได้จากธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ในปี 2563 ที่ 500 ล้านบาท ด้วยกำลังการผลิตที่ 70% และคาดมีอัตรากำไรสุทธิจากธุรกิจนี้ราว 10%

ขณะที่บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 เม.ย. 2562 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2562 อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.10 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 28 พ.ย. 2562 วันที่จ่ายปันผล 12 ธ.ค. 2562

Posted in: 0Tagged :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *