การลงทุน

หลายคนมีความสงสัย ในความแตกต่างระหว่างการลงทุนในรูปแบบของเงินฝาก ตราสารหนี้ (พันธบัตร, หุ้นกู้) และการลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) มันแตกต่างกันยังไงน้อ…

ความแตกต่างมันอยู่ตรงที่สิทธิในการได้ผลตอบแทน ถ้าเป็นเงินฝากก็คือ เราได้ค่าตอบแทนที่คงที่ สม่ำเสมอ ตามที่ธนาคารได้ตกลงกับเราไว้ ซึ่งดอกเบี้ยจะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกฝากประเภท ไหน ซึ่งการลงทุนฝากเงินมีความเสี่ยงต่ำ เพราะมีการประกันจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ในขณะที่ตรา สารหนี้(พันธบัตรหรือหุ้นกู้) จะได้รับผลตอบแทนแน่นอนเช่นเดียวกับเงินฝาก แต่มีกําหนดระยะเวลาไถ่ ถอนที่แน่นอน หากต้องการถอนออกมาก่อน ก็จะต้องไปขายในตลาดรอง (BEX) และสุดท้าย คือ ตราสาร ทุน หรือหุ้น ซึ่งเราจะมีสิทธิในความเป็นเจ้าของเท่าเทียมกันคนอื่นๆ ทุกประการ ในจํานวน 1 หุ้นเท่าๆ กัน หมายความว่าใครมีหุ้นมาก เสียงก็จะใหญ่ ไม่เหมือนรูปแบบสหกรณ์ ที่ใครๆ ก็มีเสียง 1 เสียงเท่ากัน ไม่ว่าจะมีกี่หุ้นก็ตาม

เพื่อให้ง่ายในการทําความเข้าใจ ผมจะลองทําตารางเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้และลงทุนผ่านหุ้นขนาดใหญ่ โดยมีสมมติฐาน ดังนี้

อันที่หนึ่ง ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 3% ต่อปี (หาได้ทั่วไป) นําดอกเบี้ยกลับไปทบต้นลงทุนต่อ

อันที่สอง ดอกเบี้ยตราสารหนี้ อยู่ที่ 5% ต่อปี (หาได้ตามหุ้นกู้ ปตท.) นําดอกเบี้ยไปทบต้นลงทุน

อันที่สาม ผลตอบแทนของหุ้นของหุ้นขนาดใหญ่ที่มีอัตรากําไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Return on Equity (ROE) ที่ 12% และนํา 3% มาปันผลกลับมาให้เรา ส่วนที่เหลือ 9% เก็บอยู่ในมูลค่าบริษัท นําไป ขยายงานต่อไป

การลงทุน

จากตาราง.. ทุกคนจะเห็นว่า ผลตอบแทนของเงินฝาก 3% ซึ่งทบต้น พอครบ 20 ปี จากเงิน 100 บาท จะกลายเป็นเงินทั้งสิ้น 175 บาท ในขณะที่ ตราสารหนี้ จะทําให้เงินของเรากลายเป็น 230 บาท ในขณะที่หุ้นที่มีการเติบโต 12% จะทําให้เงินของเราเติบโตถึง 514 บาท และยังได้เก็บกินเงินปันผล รวม 138 บาท ในรอบ 20 ปี อีกด้วย

ซึ่งจะว่าไปแล้ว การที่เงินฝากเติบโตเพียง 3% เอากันตรงๆ อาจจะน้อยกว่าเงินเฟ้อ (การที่ราคา สินค้าสูงขึ้น) และกลายเป็นว่าเงินของเราด้อยค่าลง ในขณะที่หากลงทุนในหุ้น หากมีเงินเฟ้อสูง กําไรของ กิจการจะยิ่งสูงเนื่องจากการลงทุนในหุ้น เป็นการลงทุนในธุรกิจ ซึ่งราคาขายก็จะเติบโตตามเงินเฟ้อนั่นเอง

แต่เดี๋ยวก่อนนะ.. ไม่ใช่ว่าเราเจอหุ้นที่มี ROE ที่ 12% หรือมากกว่า แล้วเราจะเข้าไปลงทุนเลยนะ เพราะว่าการได้มาซึ่หุ้นที่ ROE 12% เราต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ ในการแลกมันมา เดี๋ยวบทต่อไปเรามาดูกัน