การลงทุน แบบ VI คือการเล่นหุ้นแบบเน้นซื้อแล้วถือไว้ระยะยาวเนื่องจากเราคิดว่าหุ้นดังกล่าวราคายังไม่แพง และกิจการของบริษัทนั้นจะขยายไปอีกในอนาคต ทำให้หุ้นของบริษัทจะมีราคาสูงขึ้นในอนาคตและให้ผลตอบแทนมากขึ้น

การลงทุนแนวปัจจัยเบื้องต้น หรือที่คนจำนวนไม่น้อยเรียกว่าแนว VI
การลงทุนอย่างงี้นักลงทุนจะพอใจในปัจจัยเบื้องต้นของธุรกิจการค้าเป็นหลัก เป็นเรื่องผลประกอบการหรือกำไรของบริษัท ว่าจะออกมาเป็นเยี่ยงไร

โดยพวกเราบางทีก็อาจจะเดาผลประกอบการได้จากต้นเหตุเชิงจำนวนแล้วก็ต้นเหตุเชิงประสิทธิภาพ

ต้นเหตุเชิงจำนวน เช่น งบการเงิน แล้วก็อัตราส่วนทางด้านการเงินต่างๆ

ส่วนต้นสายปลายเหตุเชิงประสิทธิภาพ เป็นต้นว่า หนทางสำหรับเพื่อการดำเนินธุรกิจ (แผนกลยุทธ์ โมเดลธุรกิจ) ภาวการณ์อุตสากรรม (ยกตัวอย่างเช่น มีการแข่งในอุตสาหกรรมมากมายไหม อุตสาหกรรมยังเติบโตหรือไม่ มีคู่แข่งขันรายใหม่เข้ามาไหม หรือมีผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นที่ดีมากกว่าผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการของบริษัทหรือไม่) ต้นสายปลายเหตุต่างๆที่เกี่ยวกับรายได้แล้วก็เงินลงทุน (อย่างเช่น ราคาวัตถุดิบ ราคาตามท้องตลาดของผลิตภัณฑ์กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ของกินของใช้ อัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินกรณีจำต้องส่งออกหรือนำเข้า ฯลฯ) รวมทั้ง ผู้บริหาร โดยบางทีก็อาจจะมองจากประสบการณ์รวมทั้งการบรรลุผลก่อนหน้านี้ว่าเป็นยังไง

การลงทุน

คนที่ลงทุนจะประมาณคุณค่าของธุรกิจการค้าก่อนว่าธุรกิจการค้านี้มีมูลค่าที่สมควรโดยประมาณเท่าใด (ธรรมดาราคารากฐานจะราวๆเป็นตอนๆ เป็นต้นว่า ราคาราว 10-12 บาท) และก็จะเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคาท้องตลาดต่ำลงยิ่งกว่าค่ากิจการค้า รวมทั้งหากกิจการค้ายังดีอยู่ก็บางครั้งอาจจะมีหุ้นส่วนถัดไป และก็ขายเมื่อเบื้องต้นกิจการค้าแปลง

โดยมากผู้ลงทุนในแนวนี้ สิ่งที่เขาจะทำเป็นเริ่มศึกษาเล่าเรียนบริษัทจากรายงานรายปี หรือรายงาน 56-1 มีการไปฟัง Opportunity Day แล้วก็เข้าสัมมนาผู้ถือหุ้นบ่อยๆ ถ้าหากได้โอกาสก็เข้าเยี่ยมชมธุรกิจ หรือหากเป็นธุรกิจที่พวกเราเข้าถึงได้ง่าย อย่างเช่น ร้านค้าย่อยก็บางทีก็อาจจะเดินตรวจสอบแล้วก็ทดลองใช้บริการของบริษัทมอง

การลงทุน

การลงทุนในแนวนี้เป็นการซื้อหุ้นในราคาต่ำลงยิ่งกว่าราคาฐานรากและก็ไปขายที่ราคาแพงหรือพอๆกับค่าฐานราก หรือถือไว้เท่าที่ความเป็นต่อสำหรับเพื่อการชิงชัยของบริษัทยังไม่แปรไป